![]() |
|||||||||||||||||
![]() | |||||||||||||||||
ตอ ทู อายุ 11 ขวบ แต่ดูเหมือนอายุ 9 ขวบ เขาตัวเล็กและผอม แต่มีดวงตาที่สดใส เขาเรียนในชั้นป.2 ดิฉันสัมภาษณ์เขาเพราะว่าบ้านของเขาถูกเผาทิ้งเมื่อสองเดือนก่อน และดิฉันอยากจะได้ยินเรื่องราวด้วยคำพูดของเขาเอง หนึ่งสัปดาห์หลังจากการสัมภาษณ์นี้ ครอบครัวของเด็กชายเก็บข้าวของและต้องหนีอีกครั้งหนึ่ง เนื่องจากกองทหารพม่าอีกนั่นเองที่ส่งการลาดตระเวนเข้ามาที่หมู่บ้านของเขา ดา วา อายุ 19 ปี และเรียนอยู่ในชั้นป.1 ทั้งพ่อและแม่ของเธอเสียชีวิตด้วยอาการไข้เมื่อตอนที่เธออายุ 5ขวบ เธออาศัยอยู่กับลุงและป้าของเธอในหมู่บ้านที่จะต้องหนีจากการโจมตีกองทหารพม่า บางครั้ง บ่อยถึง 10 ครั้งต่อปี เวลาที่มีอยู่ของเธอนั้นถูกใช้ไปกับการช่วยเหลือครอบครัวหาอาหาร เธอไม่มีเวลาสำหรับการเรียนหนังสือ เวลานี้เธออยู่ในเมืองที่เป็นศูนย์บัญชาการ และ KNU (ฝ่ายต่อต้านเพื่อประชาธิปไตยชาวกะเหรี่ยง) ได้ช่วยเหลือเธอเรื่องโรงเรียน
นี่คือเด็กสองคนจากนักเรียนเกือบ 3000 คน จาก 50 โรงเรียนที่มายังโปรแกรมชมรมชีวิตที่ดีในตอนเหนือของรัฐกะเหรี่ยงในเดือนธันวาคมและมกราคม จากทั้งหมด 54 โรงเรียน 3 โรงเรียนในนั้นเป็นโรงเรียนมัธยมปลาย และ 10 โรงเรียนเป็นโรงเรียนมัธยมต้น และ41 โรงเรียนเป็นโรงเรียนประถม 41 จาก 54 โรงเรียน นั่นหมายความว่าเด็กๆ มีตัวเลือกจำนวนน้อยสำหรับการเรียนต่อหลังจากชั้นประถม การศึกษาส่วนใหญ่หยุดอยู่แค่ประถม 6 โรงเรียนต่างๆ เหมือนเช่นที่นี่ ถูกทำให้ชะงักไปโดยการโจมตีของกองทหารพม่า โดยความเจ็บป่วยที่ไม่ได้รับการรักษา โดยความหิวโหยและการดิ้นรนเสาะหาอาหาร นี่ไม่ใช่แค่ความเสี่ยงทางด้านการศึกษา แต่มันคือความเสี่ยงของอนาคตของความหวังของคนที่นี่
แต่อย่างไรก็ตาม เราไม่ได้พบกับความสิ้นหวัง และเราได้รับการต้อนรับในทุกๆ ที่ด้วยรอยยิ้ม ด้วยความยินดี และบ่อยครั้ง ด้วยของขวัญ ดิฉันคิดถึงพระธรรมสดุดี 23 ที่ผู้แต่งสดุดีเขียนว่า “พระองค์ทรงเตรียมสำรับให้ข้าพระองค์ต่อหน้าต่อตาศัตรูของข้าพระองค์” – และดิฉันก็ตระหนักว่าพระองค์ทรงทำเช่นนั้น ที่นี่มีงานเลี้ยงสำหรับสิ่งดีๆ – อาหาร การสามัคคีธรรม การแบ่งปัน และศัตรูก็อยู่ห่างออกไปอีกหลายชั่วโมง และดีๆ นี้ไม่สามารถถูกยกเลิกไปได้ด้วยการคงอยู่ของศัตรู หรือด้วยอีกด้านของความสิ้นหวังของมนุษย์ มีไม่มีมีการเสียดสีใดๆ ที่นี่ แต่ตรงกันข้าม ความชื่นชมยินดี และความกล้าหาญที่รักษามันเอาไว้คือหัวใจของการต่อต้านและคือสิ่งที่ทำให้คนที่นี่ไม่สูญเสียความหวัง ไม่ยอมแพ้หลังจาก 60 ปี แห่งสงคราม อย่างที่อเลกซานเดอร์ โซลสนิสซิน ได้กล่าวไว้คล้ายกันนี้ แน่นอน เราทราบว่าที่นั่นมีศัตรูอีกอย่างหนึ่ง เส้นระหว่างความดีและความชั่วไม่ได้วิ่งระหว่างประเทศ หรือกลุ่มชนเผ่าต่างๆ หรือ บรรดากองทหาร หรือศาสนา แต่ผ่านกลางจิตใจของทุกคน : เรามีศัตรูอยู่ในหัวใจของเราเอง ศัตรูนี้ที่พยายามยึดเอาตัวเรา พยายามที่จะบิดเบือน ป้ายสี และทำลายความดีที่อยู่ในเรา ที่นั่นการต่อสู้ยังดำเนินต่อไป แต่ดิฉันเชื่อว่า พระเจ้ายังคงทรงเตรียมสำรับให้กับเราแม้กระทั่งในการดำรงอยู่ของศัตรูของเรา พระองค์ทรงจัดวางด้วยสิ่งดีๆ พระองค์ทรงประทานของขวัญอันดี แม้กระทั่งในการต่อสู้ในหัวในและชีวิตของเราเอง พระองค์ทรงให้สิ่งดีๆ ให้เราทำ และทรงประทานกำลังที่จะทำงานเหล่านั้น และสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ดีน้อยลงเพราะการต่อสู้นี้ ไม่ได้ดีน้อยลงเพราะที่นี้ถูกศัตรูเข้ายึดครอง หรือเพราะการพ่ายแพ้ครั้งก่อน แท้จริงแล้ว สิ่งเหล่านี้คือหัวใจของการต่อต้านของเรา มันเป็นเรื่องลึกลับ แต่เป็นเรื่องที่น่าชื่นชมยินดี ที่สำรับที่พระเจ้าทรงจัดเตรียมให้กับเรานี้เป็นหัวของของการต่อต้านของเราต่อศัตรูเช่นกัน และดังนั้น ดิฉันจึงรู้สึกมีกำลังใจที่จะต่อสู้ต่อไป แม้ว่าดิฉันอาจจะพ่ายแพ้ทุกวัน ทุกชั่วโมง ดิฉันทราบว่าการต่อสู้นี้ยังดำเนินต่อไป และดิฉันทราบว่าการต่อสู้นี้เป็นขององค์พระผู้เป็นเจ้า
ขอขอบคุณทุกท่านที่ยืนหยัดร่วมกับเรา ขอพระเจ้าทรงอวยพรท่าน หัวหน้าทีมชมรมชีวิตที่ดี และ Free Burma Ranger
|
|||||||||||||||||
| © 2007 Free Burma Rangers | Contact webmaster | Web design by bordermedia | ||||||||||||||||